Just another WordPress.com site

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นงานที่ อาจารย์อำนวย
สั่งให้ไปตอนปิดเทอม ผมก็เลยไปกับเพื่อนๆ
งานนี้จัดที่พิพิธภัณฑ์รัตนโกสินทร์ใกล้กับวัดราชนัดดา
งานนี้จัดแสดงเป็นรอบๆ ภายในงานนิทรรศน์รัตน
โกสินทร์จะห้องแรก มีผู้บรรยายนำเกี่ยวกับชื่อถนน
หรือสิ่งของและประวัติต่างๆ ว่าสร้างขึ้นเมื่อได้
เพราะอะไรถึงเป็นชื่อนั้น ห้องที่สองจะเป็นห้องที่มีหู
ฟังจะเล่าถึงวิธิการทำทองคำเปรว ทำบาตรพระ
ทำแป้งดินสอพอง และอื่นๆ ห้องที่สามจะเกี่ยวกับ

กรุงเทพมหานครว่าชื่อเต็มคืออะไร และการวางผัง
เมืองจำลองของกรุงเทพ ในสมัยรัตนโกสินทร์ 
มีประวัติพระแก้วมรกตว่ามาจากไหนและมีพระแก้ว
มรกตจำลองเปลี่ยนเครื่องทรงในแต่ละฤดูด้วย


ห้องถัดมามีการจัดแสดงอาหารและของใช้ต่างๆ
ซึ่งงานเหล่านี้สมัยก่อนจะห้ามให้ผู้ชายเข้า ห้องถัดมาจะ
มีการฉ่ายการละเล่นในสมัยก่อนดูได้ 360 องศา
เลยละ และยังมีอีกมากมายเพื่อนๆก็ไปกันนะครับเพราะ
ทำให้เรารู้เรื่องต่างๆที่เราไม่เคยรู้

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่องคนล่าเมฆ
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำฝนหลวงที่พระเจ้าอยู่หัวคิด
ขึ้นเพื่อจะช่วยชาวบ้านในพื้นที่แห้งแล้งกันดารแต่ว่า
การทำฝนหลวงนั่นไม่ได้ทำง่ายๆเพราะมีกระบวน
การต่างๆเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนมีอุปสรรคต่างๆแต่ก็
ไม่ย่อท้อเพราะทุกปัญหาต้องมีทางออกเสมอและได้
พยายามจนสำเร็จ

                                                                                              

ผมดูเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกว่าพระองค์ทรงมีพระอัจฉริยะ
ภาพที่ก้าวไกลจึงมองเห็นปัญหาและสามารถแก้ไข
ปัญหาความทุกร้อนของราษฎรได้ในที่สุดเป็นอีก
เรื่องที่ดีมากเลยครับ

ภาพยนตร์เรี่อง”ราชประชานุเคราะห์”เรื่องนี้เป็น
เรื่องเกี่ยวกับมูลนิธิพระราชประชานุเคราะห์ เป็น
เรื่องของ หญิง2คนที่อยู่ในมูลนิธิและได้ช่วยเหลือ
คนอื่นมากมาย

หนังสั้นเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวนั้นไม่ได้นิ่งดูดายแต่อย่างใดเมื่อประชาชนทุกข์
ยากท่านคอยเฝ้าดูและหาทางที่จะช่วยเหลือพวกเรามา
โดยตลอด

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ”เรื่องเดี่ยวกัน”เป็นเรื่อง
ที่แสดงให้เห็นถึงโครงการ3อย่างที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวได้ทำให้แก่ประชาชนชาวไทย
1.การเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นให้เป็นปลูกผลไม้เมือง
หนาวแทน
2.การส่งเสริมการทำฟาร์มโคนมและนำนมมาขาย
3.การใช้ทรัพยากรน้ำโดยสร้างเขื่อนกันน้ำเพื่อไม่
ไห้น้ำท่วมเข้าสู่กรุงเทพฯและจังหวัดอื่นๆใกล้เคียงอีก
ทั้งยังเป็นการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังของน้ำไปหมุนใบ
พัดสร้างกระแสไฟฟ้าอีกด้วยและเก็บนำไว้เพราะน้ำ
เป็นสิ่งสำคัญกับเกษตรกร
ซึ่งเข้าสามารถนำเรื่องราวมาต่อกันได้ดีมากโดยใช้เรื่อง
ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งเป็นตัวเชื่อมในตอนแรกของเรื่อง
ซึ่งเขาก็ทำขึ้นมาได้ดีมากครับ

  

ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วทำให้ผมรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ที่นายหลวงได้ทำให้กับคนไทยซึ่งโครงการแต่ละโครการที่
พระเจ้าอยู่หัวทำมันยากมากครับกว่าจะทำให้ชาวเขาเชื่อและ
ทำตามที่แนะนำกว่าจะส่งเสริมการเลี้ยงนมโคเพื่อให้คนไทย
มีนมกินทุกวันและกว่าจะสร้างเขื่อนกันน้ำเพื่อให้น้ำไม่ท่วม
และเกษตรกรและประชาชนมีน้ำมีไฟฟ้าใช้นี้คือสิ่งที่ในหลวง
ทำให้กับเรา

วันตรุษจีน

วันตรุษจีน หรือ วันขึ้นปีใหม่ ตามประเพณีของชาวจีน
ในจีนแผ่นดินใหญ่และชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก
เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ
และสิ้นสุดในวันที่ 15 ซึ่งจะเป็นเทศกาลประดับโคมไฟ
ในวันตรุษจีนจะมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชน
เชื้อสายจีนขนาดใหญ่ และตรุษจีนถือเป็นวันหยุดที่สำคัญ
มากช่วงหนึ่งของชาวจีน และยังแผ่อิทธิพลไปถึงการ
ฉลองปีใหม่ของชนชาติที่อยู่รายรอบ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี 
สำหรับชาวจีนที่อาศัยอยู่ต่างถิ่นกันก็จะมีประเพณีเฉลิมฉลอง
ต่างกันไป ในประเทศไทย
ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่สำคัญของจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของจีน
เช่นเดียวกับสงกรานต์วันปีใหม่ของไทย ทุกคนต่างให้ความ
สำคัญต่างหยุดงาน หยุดเรียนเพื่อเฉลิมฉลองงานวันปีใหม่ของจีน

ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว
วันจ่าย คือ วันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไป
ซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลาย
จะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่
ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่
ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว
วันไหว้ คือ วันรุ่งขึ้นหลังวันจ่ายจะไหว้ 3 ครั้ง คือ เช้า สาย บ่าย
ครั้งแรกจะไหว้ตอนเช้าเป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ
เนื้อสัตว์สามอย่างได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือ ตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง
เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
ครั้งที่สองจะไหว้ตอนสายเป็นการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้อง
ที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน
กินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน
(ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษ
เงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น
ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล
และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกัน จะแลกเปลี่ยน
อั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว
ตอนบ่ายเป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวก
ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง
พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล
วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปี
วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน
คือ “ป้ายเจีย” เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่
เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ โดยจะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อ
ด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีน
ถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจา
ไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้า
ใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น

อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ อยู่ในพระราชวังบางปะอิน
เป็นอนุสาวรีย์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาฯ โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง
พระอัครชายาเธอ 1 พระองค์ พระราชโอรส 2 พระองค์
และพระราชธิดา 1 พระองค์ ที่สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน ได้แก่
1.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์
สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2430
2.พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์
สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2430
3.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย
กรมพระเทพนารีรัตน์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2430
4.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง
สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2430
อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของพระราชวังบางปะอิน
อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ สร้างด้วยหินอ่อน
แต่ละด้านของอนุสาวรีย์ประดับด้วยพระรูปเหมือนของทั้ง 4 พระองค์
แกะสลักด้วยหินอ่อน

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ อยู่ในพระราชวัง
บางปะอินเป็นอนุสาวรีย์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง
สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของพระราชวัง
บางปะอิน ถัดจากหอวิฑูรทัศนา โดยมีลักษณะเป็นฐานรูปทรงสี่เหลี่ยม
และยอดหกเหลี่ยมทรงสูง สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี
ประวัติ
เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จทิวงคต ในระหว่างทาง
เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังบางปะอิน ใน
วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2423 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสรณ์แห่งความรักแห่งนี้ขึ้น
พร้อมทั้งได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม
พ.ศ. 2426 ซึ่งตรงกับวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จทิวงคต
ครบรอบ 3 ปี

Tag Cloud